นักลงทุนสัมพันธ์
TH | EN
รับโปรพิเศษ ขอใบเสนอราคา จองเลย
Quick Menu Icon Quick Menu

09/09/2026

KCAR เล็งขายรถล็อตใหญ่ ยอดขายทะลุ 2,000 ล.

แชร์ไปยัง

main-img

KCAR ตั้งเป้ารายได้ปี 2569 แตะ 2,000 ล้านบาท เดินหน้าขยายธุรกิจรถเช่าและยอดขายรถยนต์

บริษัท กรุงไทย คาร์เร้นท์ แอนด์ ลีส จำกัด (มหาชน) หรือ KCAR เปิดเผยแนวโน้มการดำเนินธุรกิจในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 โดยคาดว่าผลการดำเนินงานจะเติบโตใกล้เคียงกับช่วงครึ่งปีแรก พร้อมเดินหน้าขยายฐานลูกค้าภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และบริษัทเอกชนจากประเทศญี่ปุ่น ควบคู่กับการบริหารต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจจำหน่ายรถยนต์ โดยตั้งเป้ารายได้รวมทั้งปีประมาณ 2,000 ล้านบาท

อ้างอิง: หนังสือพิมพ์มิติหุ้น วันที่ 3 กันยายน 2569


KCAR ขยายฐานลูกค้ารถเช่าระยะยาว พร้อมเพิ่มสัดส่วนรถยนต์ไฟฟ้า

นายพิชิต จันทรเสรีกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท กรุงไทย คาร์เร้นท์ แอนด์ ลีส จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับหนังสือพิมพ์มิติหุ้นว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 คาดว่าจะเติบโตในระดับใกล้เคียงกับครึ่งปีแรก โดยได้รับแรงสนับสนุนจากลูกค้ากลุ่มหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ และลูกค้าเอกชนจากประเทศญี่ปุ่น บริษัทมีลูกค้ากลุ่มเอกชนญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นประมาณ 50–60 ราย คิดเป็นจำนวนรถยนต์ราว 400 คัน สะท้อนถึงโอกาสการขยายฐานลูกค้าในตลาดรถเช่าระยะยาวสำหรับองค์กร ซึ่งเป็นหนึ่งในธุรกิจหลักของ KCAR สำหรับจำนวนรถเช่าทั้งปี บริษัทคาดว่าจะรักษาระดับไว้ที่ประมาณ 9,000 คัน โดยในจำนวนดังกล่าวมีรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ประมาณ 400 คัน ขณะที่อัตรากำไรยังอยู่ในระดับใกล้เคียงเดิม การเพิ่มขึ้นของรถยนต์ไฟฟ้าในกลุ่มรถเช่าสะท้อนถึงการขยายตัวของทางเลือกด้านยานยนต์สำหรับองค์กรที่ต้องการบริหารต้นทุนการเดินทางและพิจารณาการใช้พลังงานทางเลือก


KCAR เตรียมจำหน่ายรถยนต์ล็อตใหญ่ เพิ่มโอกาสสร้างรายได้

สำหรับธุรกิจจำหน่ายรถยนต์ KCAR คาดว่ารายได้ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 จะอยู่ในระดับใกล้เคียงกับช่วงครึ่งปีแรก ซึ่งมียอดจำหน่ายรถยนต์ประมาณ 800 คัน บริษัทให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุนและการควบคุมหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Non-Performing Loans: NPL) ให้อยู่ที่ระดับประมาณ 1% เพื่อรักษาประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจและความมั่นคงทางการเงิน ในด้านโครงสร้างรายได้ ปัจจุบันธุรกิจรถเช่ามีสัดส่วนรายได้ประมาณ 52% ขณะที่ธุรกิจจำหน่ายรถยนต์มีสัดส่วนประมาณ 44% โดยบริษัทคาดว่าในอนาคตรายได้จากธุรกิจจำหน่ายรถยนต์อาจมีสัดส่วนสูงกว่าธุรกิจรถเช่า เนื่องจากการจำหน่ายรถยนต์สามารถรับรู้รายได้จากการขายได้ในคราวเดียวตามหลักเกณฑ์การรับรู้รายได้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ KCAR ตั้งเป้ารายได้รวมในปี 2569 ไว้ที่ประมาณ 2,000 ล้านบาท โดยมุ่งเน้นการบริหารธุรกิจรถเช่าและการจำหน่ายรถยนต์ให้เติบโตควบคู่กัน


KCAR ชูความแข็งแกร่งทางการเงินและการบริหารต้นทุน

นายพิชิตกล่าวเพิ่มเติมว่า KCAR มีจุดแข็งด้านความมั่นคงของธุรกิจ ฐานะทางการเงิน และการจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ โดยระบุว่าบริษัทมีกระแสเงินสดในแต่ละปีประมาณ 2,000 ล้านบาท ซึ่งสนับสนุนความสามารถในการดำเนินธุรกิจและการขยายกิจการในอนาคต นอกจากนี้ บริษัทยังมีอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Debt-to-Equity Ratio: D/E) อยู่ที่ประมาณ 1 เท่า พร้อมให้ความสำคัญกับการบริหารเงินกู้ยืมและการออกหุ้นกู้ให้เหมาะสม เพื่อควบคุมต้นทุนทางการเงินและรักษาความสามารถในการแข่งขัน ผู้บริหารยังระบุว่า KCAR มีส่วนแบ่งตลาดในระดับสูง และมีประวัติการดำเนินธุรกิจที่ไม่เคยขาดทุนตลอดระยะเวลากว่า 40 ปี ตามข้อมูลที่ให้สัมภาษณ์กับมิติหุ้น


KCAR เดินหน้าพัฒนาธุรกิจรถเช่าและลีสซิ่งอย่างต่อเนื่อง

ด้วยประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจรถเช่าและลีสซิ่ง KCAR ยังคงมุ่งเน้นการพัฒนาบริการเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าองค์กร ทั้งหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และบริษัทเอกชน ปัจจุบัน KCAR ให้บริการรถเช่าหลากหลายรูปแบบ ทั้งรถเช่าระยะสั้น รถเช่ารายเดือน และรถเช่าระยะยาว หรือรถเช่ารายปี พร้อมบริการบริหารจัดการรถยนต์แบบครบวงจร เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถวางแผนการใช้รถและควบคุมค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ การขยายฐานลูกค้า การบริหารต้นทุน และการพัฒนาธุรกิจจำหน่ายรถยนต์ จึงเป็นแนวทางสำคัญที่ KCAR ให้ความสำคัญในการสร้างโอกาสเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ที่มา: หนังสือพิมพ์มิติหุ้น วันที่ 3 กันยายน 2569

หมายเหตุ: ตัวเลขรายได้ จำนวนรถ และข้อมูลทางการเงินในบทความอ้างอิงจากบทสัมภาษณ์ผู้บริหาร ณ วันที่เผยแพร่ข่าว โดยเป้าหมายและประมาณการอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามสถานการณ์ทางธุรกิจ


สอบถามบริการเช่ารถ

โทร. 02 291 8888, 087 559 1111

Line Official : @kcar